“100 บริษัทที่เริ่มต้นในรุ่นปู่ จะเหลือรอดถึงมือรุ่นหลานเพียง 12 บริษัทเท่านั้น”
นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่นี่คือสถิติที่ตบหน้าเจ้าของธุรกิจกงสีไทยแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ คำถามคือ คุณจะยอมเป็นส่วนหนึ่งของ 88% ที่ล่มสลาย หรือจะเป็น 12% ที่ก้าวไปสู่ระดับ Global Company?
บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อปลอบใจ แต่เขียนมาเพื่อวาง Strategic Roadmap ให้คุณรอดพ้นจาก “คำสาปสามรุ่น” (The Three-Generation Curse) ที่บอกว่ารุ่นหนึ่งสร้าง รุ่นสองใช้ และรุ่นสามทำลาย
ธุรกิจครอบครัวที่พังในรุ่นที่ 3 ไม่ได้พังเพราะ “คน” ไม่เก่ง แต่พังเพราะ “ระบบ” ไม่ขยับตามขนาดของตระกูล และถ้าคุณยังบริหารอาณาจักรหมื่นล้านด้วยกติกาโต๊ะกินข้าวเดิมๆ… เตรียมตัวนับถอยหลังสู่จุดจบได้เลย
DEATH OR LEGEND: ธุรกิจครอบครัวรุ่นที่ 3 รอดเพียง 12%?
ในโลกของธุรกิจครอบครัว สถิติคือกระจกสะท้อนความโหดร้าย อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก (รวมถึงไทย) ถูกกำหนดไว้ด้วยตัวเลข 100-30-12-3 :
- รุ่นที่ 1 (Founders): อัตราการอยู่รอด 100% เพราะคือผู้บุกเบิกที่สร้างจากศูนย์
- รุ่นที่ 2 (Successors): เหลือรอดเพียง 30%
- รุ่นที่ 3 (The Graveyard): เหลือรอดเพียง 12%
- รุ่นที่ 4 (The Elite): เหลือเพียง 3% เท่านั้นที่ข้ามผ่านไปได้
Insight ที่คุณต้องสะดุด: ทำไมจุดตายถึงอยู่ที่รุ่น 3? เพราะนี่คือจุดที่ความซับซ้อนของ “จำนวนคน” เริ่มมากกว่า “ขนาดของธุรกิจ” รุ่นที่ 3 คือรุ่นที่ไม่ได้เห็นความลำบากของรุ่นปู่ แต่ต้องมาแบกรับความคาดหวังของรุ่นพ่อ พร้อมกับรับมือพี่น้องและลูกพี่ลูกน้อง (Cousins) อีกนับสิบชีวิตที่ผลประโยชน์เริ่มไม่ลงตัว
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสามารถ แต่คือเรื่องของ Governance Gap (ช่องว่างของการกำกับดูแล)
ธุรกิจครอบครัว ที่พัง ไม่ใช่แค่เพราะ “คน” แต่คือ “System” ที่ล้าหลัง
ธุรกิจครอบครัวไทยส่วนใหญ่ตายเพราะ Toxic Environment และการสื่อสารที่ล้มเหลว ผลวิจัยจาก PwC ชี้ชัดว่าช่องว่างที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ Communication Gap
- ทายาท 64% เชื่อว่าพ่อแม่จะไม่ยอมวางมือจากอำนาจบริหารง่ายๆ
- ทายาท 88% รู้สึกว่าต้องทำงานหนักกว่าพนักงานทั่วไปหลายเท่าเพื่อ “พิสูจน์ตัวเอง”
มันไม่ใช่แค่เรื่องการสืบทอดตำแหน่ง แต่มันคือการสืบทอดอำนาจการตัดสินใจ (Decision-making authority) หากรุ่นที่ 3 ไม่มี Independence ในการคิด และต้องรอคำสั่งจาก “กงสี” ที่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ธุรกิจก็จะเข้าสู่ภาวะ Stagnation (ภาวะชะงักงัน) และถูกกลืนกินโดยคู่แข่งในที่สุด
“ธรรมนูญครอบครัว” (Family Constitution): บัญญัติที่ต้องมี
ถ้าคุณอยากเป็น 12% ที่รอด คุณต้องเปลี่ยนจาก “คำสั่งพ่อ” เป็น “กติกาตระกูล” ธรรมนูญครอบครัวไม่ใช่พินัยกรรม และไม่ใช่สัญญาจ้าง แต่มันคือ System ที่ป้องกันไม่ให้พี่น้องฆ่ากันทางธุรกิจ
นี่คือ 5 แกนหลักที่ต้องฟันธงให้ชัดในธรรมนูญ:
- Entry Policy: ใครมีสิทธิเข้าทำงาน? ไม่ใช่แค่มีนามสกุลเดียวกันแล้วจะนั่งตำแหน่งบริหารได้ คุณต้องมีเกณฑ์ เช่น ต้องจบตรงสาย หรือต้องทำงานนอกบ้านอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อซื้อความเชื่อมั่นจากพนักงานมืออาชีพ
- Remuneration & Benefits: เงินเดือนทายาทต้องเป็นไปตาม Market Rate ไม่ใช่เบิกตามใจชอบ สวัสดิการกองกลางต้องชัดเจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่ทำงานและคนที่ไม่ทำงานในธุรกิจ
- In-laws Rule: บทบาทของ “เขยและสะใภ้” ต้องมีขอบเขต ป้องกันปัญหาการแทรกแซงจากคนนอกสายเลือด หรือปัญหาเมื่อเกิดการหย่าร้าง
- Conflict Resolution: เมื่อเห็นไม่ตรงกัน ใครคือคนตัดสิน? ต้องมี Family Council (สภาครอบครัว) ที่เป็นพื้นที่สื่อสารที่ปลอดภัย ไม่ใช่การใช้อารมณ์บนโต๊ะอาหาร
- Shareholder Agreement: การโอนหุ้นต้องจำกัดอยู่ในสายเลือด (Bloodline) และมีกลไกการซื้อคืนหุ้นหากสมาชิกต้องการถอนตัว เพื่อไม่ให้หุ้นหลุดไปอยู่ในมือคนนอก
บทความนี้เราอาจจะยังไม่ได้เจาะลึกในเรื่องนี้ แต่อยากเริ่มต้นกระซิบบอกกับคุณว่า คุณอาจจะต้องเริ่มมองหาข้อมูลของการทำธรรมนูญครอบครัว และเบื้องลึกเบื้องหลังของการไปให้รอดของธุรกิจกงสี ยังมีอีกมาก ถ้าคุณสนใจเรื่องธรรมนูญครอบครัว หรือการพัฒนาธุรกิจกงสี กดติดตามเราไว้ หากมีอัพเดทบทความใหม่ เราจะรีบแจ้งคุณทันที
คุณจะเป็นแค่ “ทายาท” หรือจะเป็น “Thought Leader”?
สุดท้ายแล้ว สถิติรุ่นที่ 3 ที่รอดเพียง 12% ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่มันคือเรื่องของ Standard of Life และ Professional Mindset
กุญแจสำคัญมี 3 ดอก:
- Rule over Relationship: ใช้กฎบริหารความสัมพันธ์ อย่าใช้อารมณ์บริหารธุรกิจ
- System over Individual: สร้างระบบโฮลดิ้งและวางแผนภาษีเชิงรุก เพื่อรักษาความมั่งคั่งให้คงอยู่
- Innovation over Tradition: เปิดรับเทคโนโลยี AI และแนวคิดใหม่ๆ เพื่อให้แบรนด์กงสียังคง Relevant ในปี 2026 และปีต่อๆ ไป
ไม่ได้สร้างแค่ “กำไร” แต่คือการสร้าง “ตำนาน” ไม่ได้บริหารแค่ “วันนี้” แต่คือการบริหาร “ความยั่งยืน”
ถึงเวลาที่คุณในฐานะรุ่นที่ 3 ต้องลุกขึ้นมา “Reset” ระบบกงสีใหม่ เพราะถ้าคุณไม่เปลี่ยนในวันที่คุณทำได้ คุณอาจไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนในวันที่คุณอยากจะทำ
The 12% survival rate is a challenge. Which side will you choose to be on?
ติดตามบทความเกี่ยวกับการเอาพาธุรกิจของครอบครัวให้ไปรอด เพิ่มเติมได้ที่นี่ เร็ว ๆ นี้นะคะ

